Filters ที่ควรมี

UV ฟิลเตอร์ที่ต้องมีไว้เลยคือ UV เพื่อเอาไว้ป้องกันหน้าเลนส์ บางคนอาจไม่ชอบใส่เพราะคิดว่ามีผลกับคุณภาพ อันนี้ก็ต้องเลือกแบรนด์ที่มีระดับ กันหน่อยเพราะของถูกและดีไม่มีในโลก

ND เอาไว้ลดปริมาณแสงทำให้ภาพลดความสว่างจ้าลง มีสองชนิด 

  • แบบทีปรับเปลี่ยนค่าได้ Variable ND ใช้หมุนเข้ากับหน้าเลนส์
  • แบบแผ่นที่มีต้องมี Holder สำหรับเสียบและต้องมีแหวน Adapter Ring ขนาดเดียวกับเลนส์

CPL Circulars Polarizing filter เอาไว้ตัดแสงสดถอนโดยต้องหันมุมให้ถูกทิศทางและอย่างที่บอก ควรเลือกคุณภาพดีหน่อย

ควรเลือกซื้อขนาดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เลนส์เราจะมี เพราะสามารถซื้อ Adapter Ring ในภายหลังได้ เช่นมี CPL Filter 77 mm. แต่มีเลนส์ขนาดfilter 58mm, 67mm เราก็ไปซื้อ Adapter 58 – 77 หรือ 67- 77 มาใช้ร่วมกันได้ ประหยัดดีมาก

การโฟกัสภาพวิว ทิวทัศน์

sample : slrphotographyguide.com ภาพวิวทิวทัศน์ใกล้เทศกาลท่องเที่ยวหน้าหนาวแล้ว เป้าหมายหลักคือทางเหนือ ทะเลภูเขา หรือไม่ก็ทะเลใต้ ตะวันออก ฟ้าสดใส ภาพที่ต้องถ่ายเด็ดขาดเลยคือภาพวิวทิวทัศน์ Landscape ปัญหาที่เจอคือโฟกัสออกมาแล้วภาพไม่คม ไปดูเทคนิคเซียนเขาแนะนำครับ Read more การโฟกัสภาพวิว ทิวทัศน์

Strobes vs the Sun! Low key portrait in midday sun

การถ่ายภาพบุคคลโดยใช้แฟลช อีกอันโดย ThatNikonguy ถ่ายโชว์ตอนแรกโดยที่ไม่ใช้แฟลช ท้องฟ้าด้านหลังน้ำเงินสวยงามแต่ นางแบบดำมืด ต่อมาเขาใช้แฟลชยิงทะลุร่มเข้าช่วยเปิดเงานางแบบให้ดูสว่างขึ้น 
ยังไม่พอ เขาเพิ่มแฟลช Yongnuo และ SB700 ใช้ความแรงครึ่งเดียว ส่วน SB900 ใช้เต็มกำลัง เราสามารถเพิ่มความสว่างให้นางแบบโดยเพิ่มกำลังแฟลช หรือขยับแฟลชเข้าใกล้ตัวนางแบบมากขึ้น และให้ภาพโดยรวมมืดลงโดยการลดขนาดรูรับแสง

5 สิ่งสำคัญสำหรับการถ่ายภาพคอนเสิร์ต

Quick tips สำหรับการถ่ายภาพแนวคอนเสิร์ต แสดงดนตรี ละคร ใช้กันได้หมด จาำก www.ishootshows.com
Photos of Bassnectar performing at the Pageant in St. Louis on April 9, 2011. (Todd Owyoung)

  1. ถ่ายใน Raw mode การถ่ายด้วย Raw mode ทำให้สามารถจัดการปรับแต่งภาพถ่ายในภายหลังได้ หาถ่ายใน JPG mode จะแก้ไขข้อผิดพลาดอะไรไม่ได้เลย
  2. ดัน ISO ไปให้สูงๆ อย่ากลัวว่าจะทำให้เกิด noise ได้ภาพ noise ดีกว่าได้ภาพเบลอๆ
  3. ถ่ายใน manual mode แสงบนเวทีจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่เรื่อยไม่แน่นอน ดังนั้นการใช้โหมด Manual จะทำให้เราง่ายในการถ่ายภาพมากกว่า
  4. Auto white balance ดีที่สุด คุณสามารถปรับเปลี่ยนในภายหลังได้ เพราะคุณถ่ายด้วย Raw Mode
  5. สวม Earplugs ป้องกันเสียงจากเครื่องดนตรีทั้งหลาย

การถ่ายภาพคอนเสิร์ต รวบรวม Tips

การถ่ายภาพคอนเสิร์ต เป็นแนวที่ท้าทายตากล้องมือใหม่อย่างมาก อันนี้เป็นการรวบรวมเทคนิคต่างๆ เพื่อนำไปใช้ทดสอบฝีมือของเรา แปลความบางส่วนมาจาก Concert Photography การถ่ายภาพคอนเสิร์ตบางทีเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย ไม่ว่าจะเป็นมุมกล้อง แสง ตัวแบบ แถมยังมีคนดูรอบๆข้างเราอีก

IMG_1693.jpg


สำหรับมือใหม่เขาแนะนำให้ไปหาเพื่อนฝูงที่เป็นวงดนตรีอยู่ อาจจะเป็นใน Pub ก็ได้ แล้วขอเขาไปถ่ายรูป อันนี้จะทำให้ได้ประสบการณ์อย่างมาก
อุปกรณ์ที่ใช้ สำคัญมากสำหรับตากล้องระดับมืออาชีพจะใช้ Tele Zoom ราคาแพงๆ แต่สำหรับมือใหม่อย่างเราใช้ เลนส์ Kit ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน แต่ถ้าเลือกได้ควรเลือกเลนส์ที่สามารถเปิดรูรับแสงได้กว้างๆ เช่น f/2.8, f/1.8, f/1.4 และกล้องที่ถ่ายใน ISO สูงๆโดยที่ไม่มี Noise มาก

IMG_5022.jpg
ในการแสดงของวงดนตรีแนวร็อคหรือแดนซ์ เราอาจต้องใช้ชัตเตอร์ สปีดสูงๆ เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของนักดนตรี นักเต้นที่เคลื่นไหวไปมาอยู่โดยตลอด ผู้เขียนบทความนี้ใช้ Canon 350D บ่อยๆเมื่อใช้ ISO สูงๆจะเกิด noise มากและดัน ISO เกินกว่า 1600 ไม่ได้ และไม่มี Zoom ที่โฟกัสเร็วๆด้วย

แม้ว่าการใช้ ISO สูงๆจะทำให้เกิด noise ก็ตามแต่ก็จำเป็น ซึ่งเราสามารถใช้โปรแกรมจัดการกับ noise ได้ในภายหลัง ดีกว่าได้ภาพเบลอๆกลับบ้าน เพราะต้องลดชัตเตอร์สปีดลงให้ต่ำๆ

ตั้งค่าแสงให้ถูกต้อง สิ่งที่ยากที่สุดในการถ่ายภาพแบบนี้คือ วัดแสงยากมาก แสงไฟบนเวทีจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ควรจับจังหวะให้ดี เช่นเมื่อมีสปอต์ไลท์ยิงมาที่ตัวนักร้อง ก็จะทำให้เราสามารถวัดแสงได้ถนัดหน่อย เช็ค Histogram ตลอดเวลา และดูด้วยว่าเกิด Over หรือไม่ โดยเจาะจงไปที่เป้าหมายที่เราจะถ่ายในแต่ละเฟรม เพราะมอนิเตอร์หลังกล้องก็ดูภาพออกมาดี แต่พอไปเปิดภาพดูบนจอที่บ้าน มักจะมืดไป สว่างไป เราจึงต้องพึ่ง Histogram เป็นหลัก และควรถ่ายภาพคร่อมเอาไว้เสมอเช่น + – 1 stop เพื่อกันพลาด (มือโปรด้านนี้ บอกว่าควรยิงทีละ 3 ช็อตติดต่อกัน แล้วไปคัดภาพเอาที่คมชัด สวยที่สุด)
ไม่ควรใช้แฟลช เพราะคุณอยู่ห่างจากเวทีมาก แสงแฟลชไม่มีผลอะไรเลย ดังนั้นให้ปิดแฟลชเสีย ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ใกล้ๆเวทีก็ตาม แสงแฟลชจะทำให้ background ด้านหลังของตัวแบบมืด ทำให้ฉากหลังไม่สวย แต่ถ้าต้องการจะหยุดการเคลื่อนไหวด้วยการยิงแฟลช ก็ควรวัดแสงฉากหลัง ด้วยเทคนิคที่ใช้กับการถ่ายภาพบุคคลในเวลากลางคืน ระวังด้วย เมื่อแสงแฟลชยิงไปตรงๆจะทำให้ภาพแข็ง แบน จะใช้แผ่นสะท้อนแฟลชช่วยก็ได้ เพราะคุณไม่สามารถสะท้อนแฟลชไปยังเพดานได้ ในสถานที่แบบนั้น
การยิงแฟลชไปบนเวทีโดยผ่านกลุ่มควันไม่ว่าจะเป็น Dry ice หรือควันบุหรี่ ทำให้ภาพออกมาไม่สวย แต่ถ้ามันอยู่ด้านหลังของนักดนตรีอันนี้ภาพจะออกมาสวยงาม
Guy Prives 9.jpg
จับจังหวะสปอตไลท์ให้ดี เมื่อเราอยู่ในที่มืดๆไกลจากเวที ไม่สามารถใช้แฟลชได้ เราต้องรอไฟจากสปอตไลท์ยิงมาที่ตัวนักดนตรี ทำให้ภาพออกมาน่าสนใจมาก เราไม่ได้จะถ่ายภาพสารคดี ไม่จำเป็นต้องเห็นทุกรายละเอียด 
IMG_4593.jpg

เราสามารถใช้ลูกเล่น Silhouette ได้ในกรณีแบบนี้ แม้ว่าเลนส์เปิดกว้างๆไม่ได้ การถ่ายภาพ Silhouette ช่วยท่านได้ วัดแสงที่ฉากหลัง ก็เก๋ไปอีกแบบ แต่ต้องโฟกัสแม่นๆ ไปที่ตัวนักดนตรี ถ้าโฟกัสยาก ก็ใช้ manual focus ปรับด้วยมือเอา

Guy Prives 10.jpg
แสงไฟบนเวทีมักจะเป็นแสงสีแดงเสียเป็นส่วนมาก เราก็ต้องไปแก้ด้วย Software ในภายหลัง ซึ่งเราต้องถ่ายใน Raw mode
carsitters-142.jpg

เราพูดกันถึงแต่เรื่องเทคนิคในการถ่ายภาพ การวัดแสงต่างๆที่เราไม่ควรลืมการถ่ายสไตล์ดราม่าด้วย การจัดองค์ประกอบภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับไอเดียของช่างภาพแต่ละท่าน
การถ่ายภาพคอนเสิร์ต ไม่มีกฏตายตัว แต่ละคอนเสิร์ตก็ใช้แสงสี เทคนิคต่างๆกัน การถ่ายภาพแนวนี้ไม่ง่าย แต่ต้องใช้ประสบการณ์ เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงาม

การเลือกกล้อง DSLR ตัวแรก

เลือกซื้อกล้อง DSLR ตัวแรกของคุณ สรุปความจาก Photo tuts+  สำหรับผู้เริ่มต้นในการพิจารณาเลือกซื้อกล้องถ่ายรูปที่มีอยู่มากมายหลายรุ่นในท้องตลาด จนงงไปหมดไม่รู้จะเริ่มต้นที่ไหนดี ศัพท์แสงเทคนิคมากมาย อ่านไปงงไป แล้วกล้องตัวไหนที่เหมาะกับคุณ?

คุณต้องการอะไร? และทำไม? อันดับแรกที่คุณต้องคำนึงถึง เมื่อคุณต้องลงทุนซื้อกล้องถ่ายรูป คือ “เลนส์” เพราะคุณภาพตัวบอดี้กล้องนั้นไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์ ความถูกต้องของสี นอยซ์ในภาพถ่าย ไม่แตกต่างกันมากมายนึกในกล้องแต่ละยี่ห้อ แต่เลนส์ต่างหากที่เป็นส่วนสำคัญของคุณภาพของภาพถ่าย

เลนส์ คุณจะเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าคุณต้องการจะเป็นนักถ่ายภาพกีฬาระดับมืออาชีพ ในไม่ช้าคุณต้องอยากได้เลนส์ Telephoto ที่มีประสิทธิภาพสูง โฟกัสเร็วแม่นยำ ซึ่งนั่นก็จำกัดกรอบในการเลือกยี่ห้อลงให้เหลือแค่ Nikon หรือ Canon เท่านั้นเอง หรือถ้าคุณต้องการเพียงแค่ถ่ายรูปเป็นงานอดิเรก คุณก็ไม่จำเป็นต้องไปลงทุนอะไรกับเลนส์ราคาแพงๆ พิจารณาดูว่าคุณต้องการอะไร และตัดสินใจเลือกเลนส์แบบไหน และสามารถที่จะจ่ายตังค์ซื้อมันได้

กล้อง (Body) ให้คำนึงถึงการควบคุม เมนูกล้อง ปุ่มการใช้งานต่างๆ ที่คิดว่าถนัด สะดวกในการใช้ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละยี่ห้อ ดีที่สุดเลยก็คือลองจับๆดูว่าเหมาะมือหรือเปล่า

Canon T3i เหมาะมากสำหรับมือใหม่

Canon มีเลนส์ให้เลือกมากมายหลายรุ่น และยังมีผู้ผลิตเลนส์อิสระอีกหลายยี่ห้อ Lens ของ Canon มีให้เลือกตั้งแต่ 65mm MP-E Macro ไปจนถึง 800mm f/5.6L monster  L หมายถึง Luxury เลนส์คุณภาพสูงระดับสุดยอดของ Canon การมีส่วนแบ่งการตลาดสูง 30% ทำให้มีการผลิตเลนส์และอุปกรณ์ต่างๆสำหรับ Canon มากมายและราคาไม่แพงอีกด้วย

Nikon มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 20% คู่แข่งสำคัญของ Canon จึงมีเลนส์จากค่ายอิสระให้เลือกมากมายด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็น Sigma Tamron ที่มีคุณภาพเลนส์สูงแต่ราคาถูกกว่าเลนส์ของ Nikon เองเกือบครึ่ง แต่เลนส์ Nikon มีการผลิตออกมาอย่างยาวนานมาก ไม่มีการเปลี่ยน Mount กล้อง Nikon สามารถใช้กับเลนส์รุ่นเก่าๆได้ทั้งหมด Nikon ก็เหมือนกับ Canon มีการผลิตกล้องระับมือใหม่ (Entry Level) ไปจนถึงระดับสุดยอดโปรออกมาให้เลือกเช่นกัน การตัดสินใจว่าจะเลือกอะไรระหว่าง Nikon หรือ Canon เป็นเรื่องความพอใจส่วนตัวเลยจริงๆ

 

Sony มือใหม่ในวงการ DSLR ซึ่งผลิตแต่กล้อง VDO กล้องภาพยนตร์ ตั้งแต่สมัครเล่นจนถึงระดับมืออาชีพมาอย่างยาวนาน
กล้อง Sony ใช้ระบบ Translucent Mirror ไม่ใช้กระจกสะท้อนภาพที่ต้องกระดกขึ้นลงเหมือนกล้อง DSLR ทั่วไป ทำให้ถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็วเช่น Sony A57 ถ่ายภาพได้ 10 ภาพต่อวินาที เร็วที่สุดระดับราคากล้องที่ใกล้เคียงกัน Sony ยังผลิต Sensor รับภาพให้กับ Nikon อีกด้วย มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ sensor ทำให้เลนส์มีน้ำหนักเบา คุณภาพเลนส์แม้จะไม่เท่า Nikkors หรือ L series แต่ก็ระดับ Sigma Tamron แต่ก่อนจะซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับแฟลชทั้งหลายควร ตรวจสอบก่อนว่าใช้กับ Sony ได้หรือไม่

Pentax ยี่ห้อนี้หายเงียบไปนานหลังจากหมดยุคฟิลม์ ไปเป็นดิจิตอล กลับมาใหม่ด้วย  The Pentax K5 ใช้ Sensor ของ Sony และออกรุ่นต่อๆมาอีกในเวอร์ชั่นนี้ ความเร็วในการบันทึกภาพระดับ 7 Frame ต่อวินาที โฟกัสได้ในที่ๆแสงน้อย ในราคาย่อมเยาว์ Body อึดทนทานตามแบบฉบับ Pentax ซึ่งเคยเป็นกล้องสนามในกองทัพ Mount ของ Pentax เหมือน Nikon สามารถใช้กับเลนส์รุ่นเก่าๆได้ทั้งหมด

Sigma ใช้ Sensor Faveon เทคโนโลยี่ที่เขาบอกว่าคือการที่ 1 Pixel มี 3 Layer โดยไม่ใช้การจัดเรียง Pixel แบบ Bayer filter (ที่เป็นเหมือนปูกระเบื้องสี) ทำให้สีออกมาแม่นยำกว่ามาก ในสเปคกล้องบอกว่า 12 – 14 Megapixel เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับกล้อง DSLR ในปัจจุบัน ทั้งที่จริงแล้วมันควรจะบอกว่า x 3
mount lens เป็นแบบ SA ซึ่งใช้กับเลนส์ของ Sigma เท่านั้น

การถ่ายภาพ HDR : อุปกรณ์จำเป็น

การถ่ายภาพ HDR คือการถ่ายภาพเดียว แต่หลายๆช็อต โดยตั้งค่ารับแสงให้แตกต่างกัน เพื่อให้ได้รายละเอียดในภาพให้มากที่สุด และนำมาซ้อนกันด้วย Software อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการถ่ายภาพแนวนี้

  1. ขาตั้งกล้อง ขาตั้งกล้องแบบ Pan หรือแบบ Ball Head ก็ได้แล้วแต่สะดวก หรือจะใช้ Gorilla Pod ก็ได้
  2. Remote Shutter เพื่อให้กล้องนิ่งที่สุด ในแต่ละช็อตที่เราถ่าย เราก็ต้องไม่โดนตัวกล้อง อาจใช้ Remote Shutter หรือ สายชัตเตอร์ หรือจะตั้งเวลาก็ได้
  3. Filter ยอดฮิตที่สุดก็จะเป็น ND จะเป็นแบบครึ่งหรือแบบเต็มเลยก็ได้ เพื่อให้ท้องฟ้ามีสีเข้มตามต้องการ ก็ต้องมี Filter PL  ตัดแสงสะท้อนของท้องฟ้า หรือ Filter Infrared เพื่อให้ได้ภาพที่สวยแปลกตา
  4. เลนส์ทุกประเภทใช้ได้หมด
  5. Software มีให้เลือกหลายยี่ห้อ ที่นิยมกันมากคือ Photomatix, Photoshop Element, Photoshop, Corel Paint shop Pro, Lightroom, Aperture (Mac)

ข้อจำกัดในการใช้ Autofocus ในกล้อง Digital

ระบบออโต้โฟกัสในปัจจุบันเปลี่ยนจากการติดตั้งที่ตัวกล้องไปเป็นที่ตัวเลนส์แทน การทำงานของมอเตอร์ที่เงียบและเร็วอย่างมาก กล้อง DSLR ในปัจจุบันไม่ได้โฟกัสได้แค่เพียงจุดเดียวเท่านั้น เมื่อก่อนโฟกัสได้ตรงกลางช่องมองภาพแล้วล็อคโฟกัสไว้ แล้วจัดมุมภาพใหม่
ทำให้บางทีก็ทำให้โฟกัสคลาดเคลื่อนได้ เดี๋ยวนี้มีเป็นโหลๆ จุดในช่องมองภาพ ช่างภาพสามารถเลือกตำแหน่งโฟกัสได้โดยหมุนปุ่มที่ตัวกล้อง เลือกตำแหน่งที่จะโฟกัสได้แม่นยำ โดยที่ไม่ต้องจัดองค์ประกอบภาพใหม่แต่อย่างใด

ในกรณีที่สภาพแสงน้อย ทำให้กล้องไม่สามารถโฟกัสได้ กล้องบางตัวมีระบบแสงอินฟราเรดช่วยในการโฟกัสอีกด้วย หรือบางทีก็ใช้ Pre flash ยิงแสงสั้นๆออกไปเพื่อช่วยให้กล้องโฟกัสภาพได้ แต่บางทีก็ไม่ได้ผล จึงต้องใช้วิธีดั้งเดิม ปรับไปที่ Manual Focus หมุนเอาด้วยมือ เพราะถ้าเป็นระบบ Auto Focus กล้องจะไม่ยอมให้กดชัตเตอร์ จนกว่ามันจะโฟกัสวัตถุได้นิ่งสนิท เราจึงจำเป็นต้องใช้ระบบ Manual โฟกัสภาพแทน

การโฟกัสภาพแบบ Manual เราจึงจำเป็นต้องฝึกเอาไว้ เผื่อในกรณีที่กล้องไม่สามารถโฟกัสภาพได้โดยอัตโนมัติ วิธีฝึกที่ดีคือการถ่ายภาพสัตว์ต่างๆ เพราะมันไม่ยืนนิ่งๆให้เราโฟกัสได้ง่าย จำเป็นต้องใช้ฝีมือทักษะความชำนาญ เหมาะสำหรับให้เราได้ทดสอบการโฟกัสด้วยมือ หรือในการถ่ายภาพ Event งานคอสเสิร์ทในที่ๆแสงน้อย ในคลับบาร์ ก็เหมาะสำหรับที่จะได้ฝีกการโฟกัสด้วยมือเช่นกัน

From http://picturecorrect.com/tips/

ไอเดียการโพสท่าถ่ายภาพสำหรับนางแบบ

ไอเดียการโพสท่าถ่ายภาพสำหรับนางแบบ สำหรับนำไปประยุกต์ใช้ ทั้งท่ายืน ท่านั่ง ใบหน้า โดยมีที่มาจาก http://www.digitalcameraworld.com

การโพสท์ท่าถ่ายภาพแบบเต็มตัวของนางแบบ มุมกล้องระดับเดียวกับกลางลำตัวนางแบบ

การโพสท่าถ่ายภาพจากมุมล่างและมุมบนของนางแบบ

การโพสท่านั่งของนางแบบ

การโพสท์สำหรับใบหน้า ให้โฟกัสไปที่ดวงตาของแบบ